คุณจะต้องกำหนดการจัดประเภทตามคำขอแต่ละรายการเมื่อใช้ SDK ในการกำหนดการจัดประเภทเนื้อหาโฆษณาสูงสุด ซึ่งหมายความว่าคุณจะปรับแต่งประสบการณ์ใช้งานโฆษณาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มที่แตกต่างกันได้
หากคุณใช้ SDK เพื่อกำหนดการจัดประเภทเนื้อหาโฆษณาสูงสุดให้กับคำขอโฆษณาแต่ละรายการ การจัดประเภทนั้นจะลบล้างการจัดประเภทที่กำหนดไว้ในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ AdMob
เช่น หากกำหนดการจัดประเภทเนื้อหาโฆษณาสูงสุดใน SDK ไว้เป็น T และกำหนดการจัดประเภทเนื้อหาโฆษณาสูงสุดใน AdMob ไว้เป็น PG เนื้อหาโฆษณานั้นก็จะรวมโฆษณาที่มีการจัดประเภทเป็น T
ใช้ max_ad_content_rating กับคำขอโฆษณา
เมื่อผู้ใช้สร้างคำขอโฆษณาในแอป คุณอาจใช้การตั้งค่า max_ad_content_rating กับคำขอดังกล่าวเพื่อระบุการจัดประเภทเนื้อหาสูงสุดของโฆษณาที่จะใช้ตอบสนองคำขอได้
ซึ่งหมายความว่าป้ายกำกับเนื้อหาดิจิทัลของโฆษณาที่ใช้เพื่อตอบสนองคำขอควรครอบคลุมเฉพาะโฆษณาที่อยู่ในเกณฑ์เท่ากับหรือต่ำกว่าการจัดประเภทเนื้อหาสูงสุดที่ระบุเท่านั้น การตั้งค่าเหล่านี้จะลบล้างการตั้งค่าการจัดประเภทเนื้อหาโฆษณาสูงสุดซึ่งมีอยู่ที่ระดับแอปหรือระดับบัญชี
ตัวอย่าง
- คำขอโฆษณาที่มีการกำหนด
max_ad_content_ratingไว้เป็น T จะใช้ได้กับโฆษณาที่มีป้ายกำกับเนื้อหาเป็น T, PG หรือ G - คำขอโฆษณาที่มีการกำหนด
max_ad_content_ratingไว้เป็น G จะใช้ได้กับโฆษณาที่มีป้ายกำกับเนื้อหาเป็น G เท่านั้น
ติดแท็กคำขอโฆษณา
ป้ายกำกับเนื้อหาดิจิทัลของโฆษณาที่แสดงในแอปอาจได้รับผลกระทบจากการติดแท็กคำขอวิธีอื่นๆ ด้วย แต่ละแท็กมีค่าเริ่มต้นของตัวเอง และโฆษณาที่อยู่เหนือค่าเริ่มต้นดังกล่าวจะตอบสนองต่อคำขอโฆษณาไม่ได้ ไม่ว่าจะตั้งค่า max_ad_content_rating ไว้แบบใดก็ตาม
| หากคำขอมาจากแอปใน |
ค่าเริ่มต้นคือ |
ค่าที่ใช้ได้สำหรับmax_ad_content_rating คือ |
|---|---|---|
| ครอบครัว (มีเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก) |
G | G |
| ครอบครัว (มีกลุ่มเป้าหมายแบบผสม) |
PG | G, PG |
| ไม่ได้ติดแท็ก/ค่าเริ่มต้น | MA | G, PG, T, MA |
การใช้งาน
อ่านวิธีการของ Google Developers เพื่อติดตั้งใช้งาน max_ad_content_rating ในคำขอโฆษณา