diff --git a/.idea/dictionaries/DELL.xml b/.idea/dictionaries/DELL.xml
new file mode 100644
index 0000000..d88077d
--- /dev/null
+++ b/.idea/dictionaries/DELL.xml
@@ -0,0 +1,7 @@
+
+
+
+ frist
+
+
+
\ No newline at end of file
diff --git a/.idea/vcs.xml b/.idea/vcs.xml
new file mode 100644
index 0000000..35eb1dd
--- /dev/null
+++ b/.idea/vcs.xml
@@ -0,0 +1,6 @@
+
+
+
+
+
+
\ No newline at end of file
diff --git a/README.md b/README.md
index 5d8db48..9199649 100644
--- a/README.md
+++ b/README.md
@@ -1,16 +1,17 @@
-# นี้มันปี 2016 แล้ว มาเรียนรู้ JavaScript ยุคสมัยใหม่กันเถอะ!
+# มาเรียนรู้ JavaScript ยุคสมัยใหม่กันเถอะ!

## สารบัญ
-* [บทที่ 1 แนะนำภาษาจาวาสคริปต์](#บทที่-1-แนะนำภาษาจาวาสคริปต์)
-* [บทที่ 2 ทวน ES5 (มาตรฐานเก่า)](#บทที่-2-ทวน-es5-มาตรฐานเก่า)
-* [บทที่ 3 แนะนำ ES6](#บทที่-3-แนะนำ-es6)
-* [บทที่ 4 แนะนำ ES7](#บทที่-4-แนะนำ-es7)
-* [บทที่ 5 แนะนำ ES8](#บทที่-5-แนะนำ-es8)
+* [แนะนำภาษาจาวาสคริปต์](#แนะนำภาษาจาวาสคริปต์)
+* [ทวน ES5 (มาตรฐานเก่า)](#ทวน-es5-มาตรฐานเก่า)
+* [แนะนำ ES6](#แนะนำ-es6)
+* [แนะนำ ES7](#แนะนำ-es7)
+* [แนะนำ ES8](#แนะนำ-es8)
+* [แนะนำ ES9 และ ES10](#แนะนำ-es9-และ-es10)
-## บทที่ 1 แนะนำภาษาจาวาสคริปต์
+## แนะนำภาษาจาวาสคริปต์
### เกริ่นนำ
@@ -26,7 +27,7 @@

-* คนส่วนใหญ่รู้แค่ว่าใช้จาวาสคริปต์ร่วมกับภาษา HTML (ปัจจุบันเวอร์ชั่น HTML5) กับ CSS (ปัจจุบันเวอร์ชั่น CSS3) เพื่อทำให้เว็บมันไดนามิก ฟุ้งฟิ้ง กรุ้งกิ๊ง (มันดังในฝั่ง Font-end มานาน)
+* คนส่วนใหญ่รู้แค่ว่าใช้จาวาสคริปต์ร่วมกับภาษา HTML (ปัจจุบันเวอร์ชั่น HTML5.1) กับ CSS (ปัจจุบันเวอร์ชั่น CSS3) เพื่อทำให้เว็บมันไดนามิก ฟุ้งฟิ้ง กรุ้งกิ๊ง (มันดังในฝั่ง Font-end มานาน)
* แต่ปัจจุบันนี้จาวาสคริปต์สมัยใหม่ มันก้าวหน้าไปไกลมาก ๆๆๆ เพราะสามารถทำงานอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้ (Back-end) ด้วย Node.js แม้แต่เอาไปทำแอพบนโมบาย หรือแม้แต่โรบอท ก็ยังทำได้ด้วย ….อายย่ะ
@@ -44,13 +45,13 @@
* ต้องเข้าใจอย่างนี้นะครัช เนื่อง ES6 มันใหญ่โตอลังการงานสร้างมาก คืนรอปล่อยออกมาหมดทีเดียว ก็คงรอหลายชาติภพ อาจทำให้มีเสียงบ่นตามมาได้ ด้วยเหตุนี้เข้าถึงเพิ่มฟีเจอร์เล็กยิบ ๆ ย่อย ๆ มาใส่ไว้ในเวอร์ชั่นหลัง ๆ แทน
-* โดยคาดว่าจากนี้ไป จะมีการประกาศเวอร์ชั่นใหม่ทุก ๆ ปี โดยให้คิดเสียว่า ES6 เหมือนโปรแกรมหลัก ส่วนเวอร์ชั่นที่ออกตามทีหลัง ไม่ได้ว่าจะเป็น ES7, ES8 และ ESXXXXX มันก็คือการอัพเดตซอฟต์แวร์ อะไรประมาณนี้
+* โดยคาดว่าจากนี้ไป จะมีการประกาศเวอร์ชั่นใหม่ทุก ๆ ปี โดยให้คิดเสียว่า ES6 เหมือนโปรแกรมหลัก ส่วนเวอร์ชั่นที่ออกตามทีหลัง ไม่ได้ว่าจะเป็น ES7, ES8 และ ESXXXXX __(ถ้ามีต่อนะ)__ มันก็คือการอัพเดตซอฟต์แวร์ อะไรประมาณนี้

-* API ที่ใช้ติดต่อกับ DOM หรือใช้งานร่วมกับ HTML5, CSS3 ใน ES6 เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
+* API ที่ใช้ติดต่อกับ DOM หรือใช้งานร่วมกับ HTML5.1, CSS3 ใน ES6 เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
-* ES6, ES7, ES8 มันเป็นแค่มาตรฐานใหม่สด ๆ ซิง ๆ ดังนั้นการใช้งานโดยตรงบนเว็บบราวเซอร์ (ปัจจุบันที่ผมเขียนอยู่นี้) ก็ยังไม่ support ทุกฟีเจอร์ ต้องมีตัวคอมไพล์ช่วยก่อน (ยังมีข้อจำกัดบางประการ) …แต่ถ้าใครใช้ Node.js เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไป ก็จะรองรับ ES6 ได้ 98% (ES7 รองรับได้บางส่วน)
+* ES6, ES7, ES8 มันเป็นแค่มาตรฐานใหม่สด ๆ ซิง ๆ ดังนั้นการใช้งานโดยตรงบนเว็บบราวเซอร์ (ปัจจุบันที่ผมเขียนอยู่นี้) ก็ยังไม่ support ทุกฟีเจอร์ ต้องมีตัวคอมไพล์ช่วยก่อน (ยังมีข้อจำกัดบางประการ) …แต่ถ้าใครใช้ Node.js เวอร์ชั่น 7 ก็จะรองรับ ES6 ได้ 99%

@@ -93,12 +94,6 @@

-ถ้าใครขี้เกียจสมัครเป็นสมัครชิก ก็ให้ใช้ลิงค์ดังต่อไปนี้แทน
-
-* http://www.ebooks.in.th/ebook/37385/วิธีติดตั้ง_Node.js_และ_npm_เบื้องต้น/
-* http://www.ebooks.in.th/ebook/37714/เสียดายไม่ได้อ่าน_จาวาสคริปต์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์_Node.js_(ฉบับย่อ)/
-* http://www.ebooks.in.th/ebook/37836/เสียดายไม่ได้อ่าน_จาวาสคริปต์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์_Node.js_ฉบับย่อ_เล่ม2/
-* http://www.ebooks.in.th/ebook/37861/การใช้งาน_MongoDB_เบื้องต้น/
* เล่มอื่นเผื่อใครสนใจ http://www.ebooks.in.th/adminho/

@@ -560,6 +555,8 @@ var output = Babel.transform(input, { presets: ['es2015'] }).code;
**วิธีการแก้ปัญหา**
+__วิธี1__
+
สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่บอกให้เว็บเซิร์ฟเวอร์ เพิ่มค่าต่อไปนี้ลงไปใน HTTP Header (วิธีกำหนดค่านี้ ต้องดูที่คู่มือของเซิร์ฟเวอร์แต่ละเจ้าเอาเอง)
```js
@@ -575,7 +572,9 @@ Access-Control-Allow-Origin: http://www.example.com http://test.example.com
(ที่มา http://manit-tree.blogspot.com/2012/07/cross-origin-resource-sharing.html)
-แต่ถ้าเราไม่ได้เขียนเว็บ แล้วเทสบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ อารมณ์ทดสอบเว็บบนเครื่องตัวเองแบบ local ก็ต้องเปิด Google chrome ด้วยท่าพิศดาร โดยปลดความปลอดภัยเรื่องนี้ออก เพื่อให้มันทำ CORS ได้
+__วิธีที่ 2__
+
+ถ้าเราไม่ได้เขียนเว็บ แล้วเทสบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ อารมณ์ทดสอบเว็บบนเครื่องตัวเองแบบ local ก็ต้องเปิด Google chrome ด้วยท่าพิศดาร โดยปลดความปลอดภัยเรื่องนี้ออก เพื่อให้มันทำ CORS ได้
บนวินโดวส์ก็ให้ไปที่คอมมานไลน์ แล้วพิมพ์คำสั่งตามนี้ เมื่อนั้น Google Chrome ก็จะเปิดขึ้นมา แล้วถึงเปิดไฟล์ HTML ตามทีหลัง
@@ -602,686 +601,89 @@ chrome.exe --user-data-dir="C:/Chrome dev session" --disable-web-security "c:\ES
ส่วนบน OSX กับ Linux ผมไม่มีเครื่องลองครับ จึงไม่กล้าเขียน ลองดูเพิ่มเติมได้ที่
-http://stackoverflow.com/questions/3102819/disable-same-origin-policy-in-chrome)
-
-### ตัวอย่างการเขียน ES6 กับ ES7 บน Node.js
+http://stackoverflow.com/questions/3102819/disable-same-origin-policy-in-chrome
-ต่อไปจะแสดงการเขียนจาวาสคริปต์ด้วย ES6 กับ ES7 แล้วสั่งรันผ่านทาง Node.js โดยตรง ไม่ต้องใช้ transpiler (หรือจะใช้ ก็แล้วแต่ครับ)
-*** ทั้งนี้ Node.js เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไปก็จะรองรับ ES6 ได้ 98%
+__วิธีที่ 3__
-*** ส่วน ES7 ผมยังไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไร
-
-```js
-class Chat{ // class ไวยากรณ์ใหม่ของ ES6
- constructor(message) { // constructor ไวยากรณ์ใหม่ของ ES6
- this.message = message;
- }
- say(){
- console.log(this.message);
- }
-}
-
-let chat = new Chat("Hello, world!"); // let ไวยากรณ์ใหม่ของ ES6
-chat.say(); // "Hello, world!"
-
-let array = ["A", "B", "C"];
-console.log(array.includes("A")); // true -- เมธอดของอาร์เรย์ที่เพิ่มมาใน ES7
-```
-
-จะสมมติว่าบันทึกเป็นไฟล์ test.js โดยมีโครงสร้างโปรเจคดังนี้
+จากไฟล์ index.html ที่มีปัญหาเวลาเปิด Google Chrome แล้วไม่ทำงาน
```js
C:\ES6>
- |-- test.js
-```
-
-รันไฟล์ test.js ผ่านทาง Node.js ด้วยความสั่งต่อไปนี้ ตามรูป
-
-
-
-## บทที่ 2 ทวน ES5 (มาตรฐานเก่า)
-
-
-
-จาวาสคริปต์ยังคงความอินดี้ของมาตรฐานตัวเดิมเอาไว้เช่นเดิม (ES5) โดยไม่ได้ลบเลือนจางหายไปไหนเลย ซึ่งบทนี้เราจะมาทบทวนคร่าวๆ กัน
-
-(บทนี้ ยังไม่เสร็จดีครับ)
-### Comments
-
-คอมเมนต์ในจาวาสคริปต์ ก็จะเหมือนภาษาที่มีรากฐานมาจากภาษา C โดยจะใช้เครื่องหมาย // นำหน้าประโยคที่ต้องการคอมเมนต์ได้เพียงบรรทัดเดียวเท่านั้น
-
-```js
-var x = 10; //This is an example.
-```
-แต่ถ้าต้องการคอมเมนต์หลายๆ บรรทัด ก็ให้ใช้เครื่องหมาย /*… */ มาครอบเปิดและปิดท้าย กลุ่มประโยคที่ต้องการ
-
-```js
-/* This is an example
-ECMAScript 6 is very easy*/
-```
-### console.log
-
-ประโยคคำสั่ง console.log() จะเป็นฟังก์ชั่น (Function) ในจาวาสคริปต์ ที่ใช้ประโยชน์ในแง่ของการดีบั๊ก (Debug) เพื่อแสดงข้อความออกทางหน้าคอนโซล (Console)
-
-```js
-
-
-
-
-
- Hello, world!
-
-
-
-```
-
-จะปรากฏผลลัพธ์ดังนี้
-
-
-
-### Semicolon
-
-จาวาสคริปต์ถือว่าเป็นภาษาหนึ่ง ที่ไม่ต้องใช้เครื่องหมายเซมิโคลอน (;) ต่อท้ายแต่ละประโยคคำสั่งก็ได้ ดังตัวอย่าง
-
-```js
-// ไม่ต้องมี ; ต่อท้ายประโยคก็ได้
-console.log("Hello world")
-
-// หรือมี ; ต่อท้ายประโยคก็ได้
-console.log("Hello world");
-```
-
-แต่ถ้ามี 2 ประโยคคำสั่งขึ้นไป เขียนติดกันอยู่ภายในบรรทัดเดียวกัน จะต้องมี ; แบ่งคันเอาไว้เสมอ
-
-```js
-// แบบนี้จะเกิด Syntax Error เพราะไม่มี ; แบ่งคั่นประโยค
-// console.log("Hello, world!") console.log("Hello, world!");
-
-console.log("Hello, world!") ; console.log("Hello, world!")
-// Hello, world!
-// Hello, world!
-```
-แต่ทั้งนี้เขาจะนิยมใส่ ; ต่อท้ายประโยคเหมือนหลายๆ ภาษา
-
-
-
-### การประกาศตัวแปร
-
-การประกาศตัวแปร จะใช้คีย์เวิร์ด var นำหน้าชื่อตัวแปร ดังตัวอย่าง
-
-```js
-var x = 100;
-```
-
-หรือจะประกาศตัวแปรให้อยู่ในบรรทัดเดียวกันก็ได้ ดังตัวอย่าง
-```js
-var x = 1, y = 2, z = 3; // ประกาศตัวแปร x, y และ z ให้อยู่ในบรรทัดเดียวกัน
-```
-
-แต่ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปร ตอนประกาศตัวแปร ก็จะมีค่าเป็น undefined ดังตัวอย่าง
-
-```js
-var x;
-console.log(x); // undefined
-```
-### Literals
-สำหรับข้อมูล (Literals) ที่สามารถกำหนดค่าให้กับตัวแปรได้นั้น ในจาวาสคริปต์ก็จะมีหลากหลายชนิดข้อมูล แต่โดยหลัก ๆ จะมีอยู่ 2 แบบได้แก่
-
-* ข้อมูลพื้นฐาน (Primitives data)
-* อ็อบเจ็กต์ (Object)
-
-สำหรับข้อมูลพื้นฐาน จะแยกย่อยได้นี้
-
-* null
-* undefined
-* ตัวเลข (Number)
-* สตริง (String) รวมทั้งเทมเพลตสตริง (Template String)
-* บูลีน (Boolean)
-* ซิมโบล (Symbol)
-
-### Function
-
-ตัวอย่างต่อไปนี้จะเป็นการประกาศฟังก์ชั่น
-
-```js
-function calculate(param1, param2){
- return param1 * param2;
-}
-```
-
-ส่วนวิธีเรียกใช้งานฟังก์ชั่น ก็จะเหมือนกับภาษาเขียนโปรแกรมทั่ว ๆ ไป ดังตัวอย่าง
-
-```js
-var result = calculate(10, 2);
-console.log(result); // 20
-```
-
-### Hoist
-
-การประกาศฟังก์ชั่น รวมทั้งการประกาศตัวแปรแบบ var มันจะลอยขึ้นไปประกาศอยู่ข้างบนสุดของขอบเขตการมองเห็น ดังตัวอย่าง
-
-```js
-function myFunction(num){
- // สามารถมองเห็นตัวแปร value
- console.log(value); // undefined
-
- if(num > 10) {
- var value = num*10; // ประกาศตัวแปร value ที่ตรงนี้ แต่มองเห็นได้ทั่วฟังก์ชั่น
-
- /* ซอร์สโค้ด */
-
- } else {
-
- // ถ้าเงื่อนไขประโยค if เป็นเท็จ ก็จะเข้ามาทำงานที่ else
- // ซึ่งจะเห็นตัวแปร value มีค่าเป็น undefined
-
- console.log(value); // undefined
- }
-
- // สามารถมองเห็นตัวแปร value ได้ หลังจากประโยค if …else ทำงานเสร็จสิ้น
- console.log(value);
-}
-```
-
-จากตัวอย่างซอร์โค้ดดังกล่าวที่ยกมาให้ดู จริง ๆ แล้ว จาวาสคริปต์จะทำการแปลงซอร์สโค้ดให้มีหน้าตาดังต่อไปนี้
-
-```js
-function myFunction(num){
- var value; // ประกาศตัวแปร value โดยไม่มีค่าเริ่มต้น จึงทำให้มีค่าเป็น undefined
- console.log(value); // undefined
-
- if(num > 10) {
- value = num*10; // บรรทัดนี้เป็นเพียงการกำหนดค่าให้กับตัวแปร value
-
- /* ซอร์สโค้ด */
-
- } else {
-
- console.log(value); // undefined
-
- }
-
- console.log(value);
-}
-```
-
-(บทนี้ ยังไม่เสร็จดีครับ)
-
-
-## บทที่ 3 แนะนำ ES6
-
-(บทนี้ ยังไม่เสร็จดีครับ)
-
-### 3.1 การประกาศตัวแปร และการกำหนดค่า
-
-#### การประกาศตัวแปรแบบ let
-
-การประกาศตัวแปรแบบ var จะถูกลอยขึ้นไปประกาศอยู่ด้านบนสุด (hoist)
-
-แต่การใช้ let ในการประกาศตัวแปร ขอบเขตการมองเห็นเริ่มตั้งแต่จุดที่ประกาศใช้งานภายในบล็อก (ไม่ลอยขึ้นไปอยู่บนสุด หรือ hoist) ส่วนตัวแปรก็จะมีชีวิตอยู่ภายในบล็อกปัจจุบัน ดังตัวอย่าง
-
-```js
-function calculate(num){
- if (num > 10) {
- let value = num*10; // ประกาศตัวแปรแบบ let
-
- // ซอร์สโค้ดส่วนที่เหลือ
- console.log(value); // มองเห็นตัวแปร value
- } else {
-
- // มองไม่เห็นตัวแปร value
-
- }
-
- // มองไม่เห็นตัวแปร value
-}
-```
-#### ตัวแปรค่าคงที่
-
-การประกาศตัวแปรค่าคงที่ (Constants) จะใช้คีย์เวิร์ด const นำหน้าชื่อตัวแปร
-
-แต่เราต้องกำหนดให้มันมีค่าเริ่มต้น ตั้งแต่ประกาศตัวแปรครั้งแรก และหลังจากนั้นก็ห้ามไปแก้ไขค่าอะไรภายหลังเด็ดขาด ดังตัวอย่าง
-
-```js
-const MAX_COUNT = 100; // ประกาศถูกต้องตามไวยากรณ์
-const MAX_VALUE; // เกิด error เพราะไม่ได้กำหนดค่าตั้งต้นให้แต่แรก
-const MESSAGE = "Hello"; // ประกาศถูกต้องตามไวยากรณ์
-MESSAGE = "Bye"; // เกิด error เพราะไปแก้ไขตัวแปรค่าคงที่ภายหลังประกาศใช้งานแล้ว ซึ่งจะทำไม่ได้
-```
-
-(เดี่ยวมาเขียนต่อให้เสร็จ)
-
-### 3.2 Functions
-
-#### Arrow Functions
-
-ในหลาย ๆ ภาษาจะมี "Lambda expressions" ซึ่งคนที่มาจากภาษาอื่นอาจรู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่น
-
-* ใน C# จะใช้สัญลักษณ์ =>
-* หรือถ้าเป็นจาวา (ตั้งแต่ Java 8) จะใช้สัญลักษณ์ ->
-* ใน Python ใช้คีย์เวิร์ด lambda
-
-แต่สำหรับจาวาสคริปต์จะเรียกว่า "Arrow Functions" แปลตรงตัวก็คือ "ฟังก์ชั่นลูกศร" โดยใช้เครื่องหมาย => (มันคือฟังก์ชั่นไร้ชื่อ ที่ไม่ได้ใช้คีย์เวิร์ด function) ซึ่งมันเขียนได้หลายวิธีมากๆ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
-
-##### ตัวอย่างที่ 1
-
-```js
-let arrowFunc = function(value){
- return value;
-};
-
-console.log(arrowFunc(122)); // 122
-```
-
-จากตัวอย่างดังกล่าว สามารถเปลี่ยนมาเขียนแบบฟังก์ชั่นลูกศร ได้ดังนี้
-
-```js
-let arrowFunc = value => {
- return value;
-};
-
-// เรียกใช้ฟังก์ชั่นได้เหมือนปกติธรรมดา
-console.log(arrowFunc(122)); // 122
-```
-##### ตัวอย่างที่ 2
-
-```js
-// เหมือนในตัวอย่างที่ 1 แต่การเขียนจะสั้นและกระชับกว่า
-// ไม่ต้องมีเครื่องหมายปีกกา {....} ครอบบอดี้ฟังก์ชั่น รวมทั้งไม่ต้องเขียนประโยคคำสั่ง return
-let arrowFunc = value => value;
-console.log(arrowFunc(122)); // 122
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-let arrowFunc = function(value){
- return value;
-};
-console.log(arrowFunc(122)); // 122
-```
-
-อีกตัวอย่างหนึ่ง
-
-```js
-let arrowFunc2 = value => console.log(value);
-arrowFunc2(122); // 122
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-let arrowFunc2 = function(value){
- return console.log(value);
-};
-arrowFunc2(122); // 122
-```
-
-##### ตัวอย่างที่ 3
-
-```js
-// ฟังก์ชั่นลูกศรที่ไม่มีการประกาศพารามิเตอร์อะไรเลย
-let arrowFunc = () => 122;
-console.log(arrowFunc()); // 122
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-let arrowFunc = function(){
- return 122;
-};
-console.log(arrowFunc()); // 122
-```
-
-##### ตัวอย่างที่ 4
-
-```js
-// ฟังก์ชั่นลูกศรที่ไม่มีพารามิเตอร์ และตัวบอดี้ของฟังก์ชั่นก็ว่างเปล่า
-let arrowFunc = () => {};
-arrowFunc();
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-var arrowFunc = function(){};
-arrowFunc();
-```
-
-##### ตัวอย่างที่ 5
-
-```js
-// ใส่เครื่องหมายวงเล็บ เพื่อครอบอ็อบเจ็กต์ที่ถูกรีเทิร์นออกมา
-let getFont = () => ( { color: "red", size: 200 } );
-console.log(getFont()); // {color: "red", size: 200}
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-let getFont = function(){
- return {color: "red", size: 200};
-};
-console.log(getFont()); // {color: "red", size: 200}
-```
-
-##### ตัวอย่างที่ 6
-
-```js
-// มีวงเล็บครอบพารามิเตอร์เอาไว้
-let sum = (val1, val2, val3) => val1 + val2 + val3;
-console.log(sum(1,2,3)); // 6
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-let sum = function(val1, val2, val3){
- return val1 + val2 +val3;
-};
-console.log(sum(1,2,3)); // 6
-```
-
-##### ตัวอย่างที่ 7
-
-```js
-// ฟังก์ชั่นลูกศรที่ใช้พารามิเตอร์แบบดีฟอลต์
-let sum = (val1 = 1, val2 = 2, val3 = 3) => val1 + val2 + val3;
-console.log(sum()); // 6
-```
-
-จะเสมือนเขียนเป็น
-
-```js
-let sum = function(val1 = 1, val2 = 2, val3 = 3){
- return val1 + val2 +val3;
-};
-console.log(sum()); // 6
-```
-
-##### ตัวอย่างที่ 8
-
-```js
-// ฟังก์ชั่นลูกศรที่ใช้พารามิเตอร์แบบเรสต์
-let max = (...value) => Math.max(...value);
-console.log(max(1, 2, 3, 6)); // 6
-```
-
-จะเสมือนเขียน
-
-```js
-let max = function(...value){ // พารามิเตอร์แบบเรสต์
- return Math.max(...value); // โอเปอเรเตอร์สเปรด
-};
-console.log(max(1, 2, 3, 6)); // 6
-```
-
-(ยังเขียนไม่เสร็จดี)
-
-### 3.3 Template strings
-
-เทมเพลตสตริง (Template strings) จะใช้เครื่องหมาย back-tick (ตัวอักษร grave accent) มาครอบข้อความเอาไว้ (เครื่องหมายจะคล้ายๆ กับคำพูดเดี่ยว แต่มันจะเอนไปด้านหน้าเล็กน้อย) ดังตัวอย่าง
-
-```js
-let msg = `JavaScript`;
-
-console.log(msg); // "JavaScript"
-console.log(msg.length); // 10
-console.log(typeof msg); // "string"
-```
-
-#### เขียนสตริงหลายบรรทัด
-
-เทมเพลตสตริงสามารถเขียนข้อความได้มากกว่า 1 บรรทัด (Multiline strings) ดังตัวอย่าง
-
-```js
-let div = `
-
Hello world
-`;
-
-console.log(div);
-```
-
-แสดงผลลัพธ์เป็น
-
-```js
-
-
Hello world
-
-```
-#### นิพจน์ในเทมเพลตสตริง
-
-ปกติแล้วการเขียนนิพจน์ร่วมกับสตริงแบบเดิมจะดูยุ่งยากมาก เพราะต้องใช้เครื่องหมายบวก (+) เชื่อมสตริงกับนิพจน์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ดังตัวอย่าง
-
-```js
-let a = 5, b = 10, c = 100;
-
-console.log("Price $" + ((a*b).toFixed(2)) + ", not " + (c + a) ); // "Price $50.00, not 105"
-```
-
-แต่ถ้าลองเปลี่ยนมาใช้เทมเพลตสตริง ก็สามารถยัดนิพจน์เข้าไปอยู่ในสตริงได้เลย ดังตัวอย่าง
-
-```js
-let a = 5, b = 10, c = 100;
-
-console.log(`Price $${(a*b).toFixed(2)}, not ${c + a}` ); // "Price $50.00, not 105"
+ |-- index.html
+ |-- mylib.js
```
-### 3.4 Symbols
-
-(เดี่ยวมาเขียน)
-
-### 3.5 Objects
-
-(เดี่ยวมาเขียน)
-
-### 3.6 คลาส
-
-คลาสใน ES6 จะเหมือนกับภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุอื่น ๆ (OOP: Object Oriented Programming) ที่เปรียบได้เป็นพิมพ์เขียวเอาไว้สร้างอ็อบเจ็กต์ โดยตัวอย่างต่อไปนี้จะแสดงการประกาศคลาส Car ขึ้้นมา (ยังไม่มีสมาชิกอะไรอยู่ข้างใน)
+ให้ลองใช้เซิร์ฟเวอร์จำลอง จาก Node.js แต่ก่อนอื่นจะให้ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่ว่า ก็คือ live-server ด้วยคำสั่ง npm ดังนี้
```js
-class Car {
- // สมาชิกภายในคลาส ยังไม่ได้ประกาศ
-}
+npm install -g live-server
```
-มันก็เหมือนๆ ภาษาอื่น เราสามารถใช้โอเปอเรอตร์ new สร้างอ็อบเจ็กต์จากคลาส Car ข้างต้นขึ้นมาได้
+จากนั้นก็ cd ไปที่ C:\ES6\ ต่อด้วยสั่งให้ live-server ทำการรัน index.html ด้วยคำสั่งง่ายๆ ดังนี้
```js
-let car1 = new Car();
-let car2 = new Car();
-let car3 = new Car();
+C:\ES6>live-server
```
-#### สมาชิกคลาส
-
-ในคลาสสามารถมีสมาชิกดังต่อไปนี้
+เมื่อนั้นเว็บบราวเซอร์ที่ถูกตั้งไว้เป็นดีฟอลต์ ก็จะเด้งขึ้นมา และเปิดไฟล์ index.html อย่างอัตโนมัติ หรือถ้าเครื่องเรา Google Chrome ไม่ได้ตั้งเป็นดีฟอลต์ ก็ให้กรอก url ตรงๆ เป็น http://127.0.0.1:8080/ ตามรูป
-1) สมาชิกที่เป็นคอนสตรัคเตอร์ (constructor) โดยใช้เมธอดที่ชื่อ constructor ทำหน้าที่เป็นคอนสตรัคเตอร์เหมือนในภาษา OOP อื่นๆ
+
-2) สมาชิกที่เป็นเมธอด
-
-*** ทั้งนี้สมาชิกของคลาส ไม่ว่าจะเป็นคอนสตรัคเตอร์ และเมธอดต่างๆ ไม่ต้องใช้เครื่องหมายจุลภาค , แบ่งคั่นนะ
-
-```js
-class Car {
- constructor(param){ // ประกาศคอนสตรัคเตอร์
- console.log(param);
- }
-
- drive(){ // ประกาศเมธอด
- console.log("The car is running");
- }
-}
-
-let carObj = new Car("red"); // "red"
-carObj.drive(); // "The car is running"
-```
-
-มีข้อสังเกต ในภาษา C++, Java, C# สามารถประกาศตัวแปรเป็นสมาชิกประเภทหนึ่งในคลาสได้
-แต่เสียใจด้วยใน ES6 ไม่สามารถประกาศตัวแปร เป็นสมาชิกในคลาสได้ ...เว้นแต่ใช้ภาษา TypeScript เราก็สามารถประกาศได้
-
-ถึงกระนั้นก็ดีสามารถประกาศพร็อพเพอร์ตี้ที่เป็นตัวแปรขึ้นมาได้ ด้วยการใช้ this.xxx ภายในคอนสตรัคเตอร์ ดังตัวอย่าง
-(ในเมธอดก็ประกาศได้ แต่อาจผิดหลักการ OOP ซึ่งคอนสตรัคเตอร์ ควรทำหน้าที่กำหนดค่าต่างๆ ให้กับพร็อพเพอร์ตี้ของอ็อบเจ็กต์)
+** เสริมนิดหนึ่ง ถ้าใครใช้ Python ก็อาจใช้เซิร์ฟเวอร์จำลองได้ด้วยเช่นกัน อย่างกรณีผมใช้ Python 3 ก็จะพิมพ์คำสั่งดังนี้
```js
-class Car {
- constructor(param){
- this.param = param; // ประกาศพร็อพเพอร์ตี้ param ขึ้นมา (แต่เป็นของอ็อบเจ็กต์) แล้วกำหนดค่าให้มัน
- }
-
- drive(){
- console.log(`The ${this.param} car is running`);
- }
-}
-
-let carObj = new Car("red"); // "red"
-carObj.drive(); // "The red car is running"
+C:\ES6>python -m http.server 8080
```
-#### Property accessors
-
-เราสามารถมีพร็อพเพอร์ตี้แอคเซสเซอร์ (Property accessors) หรือเมธอด getter กับ setter ในคลาส ดังตัวอย่าง
+จากนั้นก็เปิด Google Chrome ขึ้นมาโดยกรอก url เป็น http://127.0.0.1:8080/
-```js
-class Car {
- constructor (){
- this.speedValue = 100;
- }
- get speed(){ // เมธอด getter
- return this.speedValue;
- }
- set speed(speedValue) { // เมธอด setter
- this.speedValue = speedValue;
- }
-}
-let carObj = new Car(100);
-console.log(carObj.speed); // 100
-
-carObj.speed = 60;
-console.log(carObj.speed); // 60
-console.log(carObj.speedValue); // 60 (่ไม่ควรเข้าถึงด้วยวิธีนี้โดยตรง ตามหลัก information hiding ของ OOP)
-```
-
-#### Static methods
+### ตัวอย่างการเขียน ES6 กับ ES7 บน Node.js
-เมธอดสแตติก (Static methods) คือเมธอดของคลาส ที่เวลาเรียกใช้งานจะต้องผ่านชื่อคลาสโดยตรง (ไม่ต้องเรียกผ่านอ็อบเจ็กต์ เพราะมันไม่ใช่เมธอดของอ็อบเจ็กต์)
+ต่อไปจะแสดงการเขียนจาวาสคริปต์ด้วย ES6 กับ ES7 แล้วสั่งรันผ่านทาง Node.js โดยตรง ไม่ต้องใช้ transpiler (หรือจะใช้ ก็แล้วแต่ครับ)
-โดยสามารถใช้คีย์เวิร์ด static นำหน้าชื่อเมธอด หรือพร็อพเพอร์ตี้แอคเซสเซอร์ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามใช้คำว่า static นำหน้าคอนสตรัคเตอร์
+*** ทั้งนี้ Node.js เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไปก็จะรองรับ ES6 ได้ 99%
```js
-class Car {
- constructor (speed){ // ห้ามมีคำว่า static นำหน้าคอนสตัคเตอร์
- this.speed = speed;
- }
- drive(){
- console.log("Driving speed:", this.speed);
-
+class Chat{ // class ไวยากรณ์ใหม่ของ ES6
+ constructor(message) { // constructor ไวยากรณ์ใหม่ของ ES6
+ this.message = message;
}
- static stop() { // เมธอดสแตติก
- console.log("Stop this car");
+ say(){
+ console.log(this.message);
}
-}
+}
-// เรียกใช้งานเมธอดสแตติกผ่านชื่อคลาส
-Car.stop(); // "Stop this car"
+let chat = new Chat("Hello, world!"); // let ไวยากรณ์ใหม่ของ ES6
+chat.say(); // "Hello, world!"
-let carObj = new Car(100);
-carObj.drive(); // "Driving speed: 100"
-console.log(typeof carObj.drive); // "function"
-console.log(typeof carObj.stop); // undefined
+let array = ["A", "B", "C"];
+console.log(array.includes("A")); // true -- เมธอดของอาร์เรย์ที่เพิ่มมาใน ES7
```
-#### Class Inheritance
-
-การสืบทอดคลาส (Class Inheritance) ในจาวาสคริปต์ สามารถทำได้โดยใช้คีย์เวิร์ด extends ดังตัวอย่าง
+จะสมมติว่าบันทึกเป็นไฟล์ test.js โดยมีโครงสร้างโปรเจคดังนี้
```js
-class Calculation {
- constructor (a, b){
- this.a = a;
- this.b = b;
- }
- multiply(){
- return this.a * this.b;
- }
-}
-
-class Division extends Calculation { // Division สืบทอดมาจาก Calculation
- constructor (a, b){
- super(a, b); // เรียกใช้คอนสตรัคเตอร์ของ Calculation
-
- // สามารถกำหนดค่าให้กับ this.a และ this.b ที่อยู่ในคลาสแม่ได้โดยตรง
- // แต่การทำเช่นนี้จะไม่ปลอดภัย
- // this.a = a; // ไม่ควรทำ
- // this.b = b; // ไม่ควรทำ
- }
-
- divide(){
- return this.a / this.b;
- }
-}
+C:\ES6>
+ |-- test.js
```
-ในตัวอย่างดังกล่าว คลาส Division จะสืบทอดสมาชิก (พร็อพเพอร์ตี้) จากคลาส Calculation ได้แก่ a, b และ multiply โดยเราสามารถเข้าถึงพร็อพเพอร์ตี้เหล่านี้ได้ (ในตัวอย่างถัดไป)
-
-*** ทั้งนี้ในจาวาสคริปต์จะมีเงื่อนไขว่า คอนสตรัคเตอร์ของคลาสลูกต้องเรียก super() ด้วยเสมอ มิฉะนั้นจะเกิด error
-
-```js
-let div = new Division(20,10);
-
-console.log(div.multiply()); // 200
-console.log(div.divide()); // 2
-console.log(div.a, div.b); // 20 10 (ไม่ควรเข้าถึงข้อมูลอ็อบเจ็กต์โดยตรง ด้วยวิธีนี้)
+รันไฟล์ test.js ผ่านทาง Node.js ด้วยความสั่งต่อไปนี้ ตามรูป
-console.log(div instanceof Division); // true
-console.log(div instanceof Calculation); // true
-console.log(div instanceof Object); // true
-```
-ให้สังเกต ตอนสร้างอ็อบเจ็กต์ด้วยประโยค new Division(20,10); นอกจากเรียกคอนสตรัคเตอร์ของตัวเองแล้ว (Division) มันยังเรียกของคลาสแม่ด้วยประโยค super(a, b); ซึ่งจะหมายความว่าให้ส่ง 20 กับ 10 ไปให้คอนสตรัคเตอร์ของ Calculation เพื่อกำหนดค่าให้กับ this.a และ this.b ตามลำดับ
+
-#### Method overriding
-คลาสลูกที่สืบทอดมาจากคลาสแม่ เมธอดของลูกสามารถโอเวอร์ไรด์ (Override) เมธอดของแม่ได้ด้วย และถ้าเมธอดของคลาสลูกจะเรียกเมธอดของคลาสแม่ (ที่ชื่อซ้ำกัน) ก็ให้เรียกผ่าน super แทน ตัวอย่าง
+## ทวน ES5 (มาตรฐานเก่า)
+## แนะนำ ES6
-```js
-class Calculation {
- constructor (a, b){
- this.a = a;
- this.b = b;
- }
- multiply(){
- return this.a * this.b;
- }
-}
-
-class Multiplying extends Calculation {
- constructor (a, b){
- super(a, b);
- }
- multiply(){ // โอเวอร์ไรด์เมธอด multiply() ของคลาสแม่
- return "The result is " + super.multiply();
- }
-}
-
-let m = new Multiplying(20,10);
-console.log(m.multiply()); // "The result is 200"
-```
+เนื้อหาบทที่ 2 และ 3 ขอลบนะครับ ไม่สามารถนำเนื้อหาออกมาได้เพราะติดลิขสิทธิ์ แต่ตัวอย่างโค้ดสามารถแยกออกให้ดูได้ทีนี้ครับ
-(บทนี้ ยังไม่เสร็จดีครับ)
+[ตัวอย่างโค้ด](https://github.com/adminho/javascript/tree/master/examples_book)
-### 3.7 Collection
-### 3.8 Iterator กับ Generator
-### 3.9 Meta Programming
-### 3.10 Module
-### 3.11 อื่นๆ
+[อ่านเพิ่มได้ในหนังสือ]( https://www.se-ed.com/product/พัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นด้วย-JavaScript.aspx?no=9786160825394)
-## บทที่ 4 แนะนำ ES7
+## แนะนำ ES7
หัวข้อต่อไปนี้จะแสดงฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน ES7 (ECMAScript 2016) รวมทั้งที่เปลี่ยนแปลงไปจาก ES6 ซึ่งมันเปลี่ยนเล็กนิดเดียวเอง
@@ -1438,12 +840,25 @@ function * generator() {}
let iterator = new generator(); // throws "TypeError: f is not a constructor"
```
-## บทที่ 5 แนะนำ ES8 (ยังไม่เสร็จ)
+## แนะนำ ES8
-สิ่งที่คาดว่าจะเพิ่มเข้ามาใน ES8 (ECMAScript 2017) (มีนิดเดียว)
+สิ่งที่คาดว่าจะเพิ่มเข้ามาใน ES8 (ECMAScript 2017)
-* Object.values()
-* Object.entries()
+* Object.entries() กับ Object.values()
+* padStart() กับ padEnd()
+* Object.getOwnPropertyDescriptors()
+* การใช้คอมม่า (,) ต่อท้ายในพารามิเตอร์ของฟังก์ชั่น ,ตอนเรียกใช้งานฟังก์ชั่น, ในอ็อบเจ็กต์ และอาเรย์
+* Async กับ await
+
+รายละเอียดหาอ่านเพิ่มได้ ในหนังสือแจกฟรีเล่มนี้นะครับ
+
+http://www.ebooks.in.th/ebook/40184/รีวีวฟรีเจอร์ใหม่ในจาวาสคริปต์_(JavaScript)_มาตรฐาน_ES7__ES8__(ECMAScript_2016_กับ_ECMAScript_2017)/
+
+
+
+## แนะนำ ES9 และ ES10
+
+(รอก่อน)
## อ้างอิง
@@ -1454,12 +869,14 @@ let iterator = new generator(); // throws "TypeError: f is not a constructor"
* [5] https://tc39.github.io/ecma262/
* [6] https://github.com/google/traceur-compiler/wiki/Getting-Started
* [7] https://github.com/babel/babel-standalone
-* [8] http://exploringjs.com/es6/
+* [8] http://exploringjs.com/es6.html
* [9] https://leanpub.com/exploring-es2016-es2017/read
* [10] https://leanpub.com/setting-up-es6/read#sec_es6-repls
* [11] https://leanpub.com/ecmascript2015es6guide/read
* [12] https://leanpub.com/understandinges6/read
-
+* [13] https://github.com/nzakas/understandinges6/tree/master/manuscript
+* [14] https://github.com/sirisian/ecmascript-types
+* [15] http://exploringjs.com/es2016-es2017/
## ทิ้งท้าย
@@ -1467,8 +884,6 @@ let iterator = new generator(); // throws "TypeError: f is not a constructor"
ด้วยเหตุนี้ ....
* เนื้อหาทั้งหมดต่อไปนี้ จะเหมือนเป็น**ภาคต่อ**จากหนังสือดังกล่าว
-* จะทบทวนจาวาสคริปต์ตามมาตรฐานเก่า ES5 นิดหน่อยให้เห็นภาพ ไม่ลงรายละเอียดลึก
-* จะเป็นการพาทัวร์ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) ยุคสมัยใหม่ตามมาตรฐาน ES6 คร่าวๆ ให้เห็นภาพ ไม่ลงรายละเอียดลึก
* จะพูดถึงภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) ยุคสมัยใหม่ตามมาตรฐาน ES7, ES8 (ไม่มีในหนังสือ)
* รวมทั้งเพิ่มเนื้อหาที่ไม่อยู่ในหนังสือ (คือตอนแต่งหนังสือ เทคโนโลยีต่างๆ ยังไม่อื้ออำนวย ผมเลยไม่กล้าเขียนลงไปครับ)
* **ทั้งนี้เนื้อหาจะต่างจากหนังสือข้างต้น ไม่เหมือนกันเท่าไร**
@@ -1487,9 +902,9 @@ let iterator = new generator(); // throws "TypeError: f is not a constructor"
## สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือเล่มนี้
-หนังสือ__ภาษาไทยเล่มแรก__ที่กล่าวถึงจาวาสคริปต์มาตรฐานใหม่ พิมพ์ครั้งที่สองแล้วนะครับ มีการปรับปรุงแก้ไขคำผิดไป **แต่ทว่าตีพิม์จำนวนจำกัดไม่มาก** มีขายบางแห่งเท่านั้น
+หนังสือ __ภาษาไทยเล่มแรก__ ที่กล่าวถึงจาวาสคริปต์มาตรฐานใหม่ ES6 **ตอนนี้ไม่ตีพิมพ์ซ้ำอีกแล้ว** ยังมีขายบางแห่งเท่านั้น ควรเช็คอีกที
-
+
* [ศูนย์หนังสือจุฬา]( http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9786160825394)
* [ร้านนายอินทร์](https://www.naiin.com/product/detail/191081/)
@@ -1498,3 +913,9 @@ let iterator = new generator(); // throws "TypeError: f is not a constructor"
* [ผ่านฟ้าบุ๊คเซ็นเตอร์] (http://www.phanpha.com/item/พัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นด้วย-javascript)
* [ซีเอ็ดบางสาขา]( https://www.se-ed.com/product/พัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นด้วย-JavaScript.aspx?no=9786160825394)
* และร้านหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าว
+
+เล่มใหม่เนื้อหาอัปเดต เป็นจาวาสคริปต์ตั้งแต่ ES6 เป็นต้นไป (ล่าสุดเนื้อหาถึง ES14) เนื้อหาเกือบ 700 กว่าหน้า
+
+
+
+[สั่งซ์้อได้ที่เว็บ MEB (ขายเป็นอีบุ๊กเท่านั้น)](https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTcyNTQ4MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE1Njg1NCI7fQ)
diff --git a/examples/budget_thailand/fiscal_year_2024.html b/examples/budget_thailand/fiscal_year_2024.html
new file mode 100644
index 0000000..aab1c38
--- /dev/null
+++ b/examples/budget_thailand/fiscal_year_2024.html
@@ -0,0 +1,162 @@
+
+
+
+
+ The Budget of Thailand 2024
+
+
+
+
+
+
+ ผ่างบประมาณของประเทศไทยปี 2567
+
+
+
กำลังโหลดข้อมูล รอสักครู่
+
+
+
+
+
+ โปรดติดตามแฟนเพจ https://www.facebook.com/programmerthai
+
+
+
\ No newline at end of file
diff --git a/examples/calendar/README.md b/examples/calendar/README.md
new file mode 100644
index 0000000..ce03bbd
--- /dev/null
+++ b/examples/calendar/README.md
@@ -0,0 +1,5 @@
+# Calendar in hex, decimal and binary
+
+__I borrowed some code from__
+
+* http://www.w3schools.com/howto/howto_css_calendar.asp
diff --git a/examples/calendar/css/calendar.css b/examples/calendar/css/calendar.css
new file mode 100644
index 0000000..3b69462
--- /dev/null
+++ b/examples/calendar/css/calendar.css
@@ -0,0 +1,82 @@
+/*
+
+
+
+
เป็นตัวอย่างเว็บอย่างง่ายๆ เพื่อแสดงวิธีใช้งาน JavaScript ตามมาตรฐานใหม่ ES6 (ใช้ Babel)
+
*** โค้ดนี้ผ่านการลองทดทดสอบบน Firefox, Google เท่านั้นนะครับ
+
+
+
+
+
+ เดือน
+
+ ปี ค.ศ.
+
+ ระบบตัวเลข
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
+
โค้ดตัวอย่างนี้ จะมีปัญหาเวลาเปิดด้วย Google Chrome
+
ถ้าเห็นว่าไม่ทำงาน ก็รบกวนดูลิงค์ข้างล่างนี้นะครับ มีวิธีแก้ เวลาเปิดด้วย Google Chrome
+
(หัวข้อ Cross-origin resource sharing)
+
+
+
+